ภาพฟ้าผ่าเอามาให้ดู

Posted: สิงหาคม 16, 2011 in รู้รอบตัว, วิทยาศาสตร์, อื่นๆ

การกำเนิดปรากฏการณ์ฟ้าผ่า เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในหมู่นักวิทยาศาสตร์แล้วว่า เมื่อเกิดฟ้าผ่า ลำอากาศรอบๆสายฟ้า จะถูกอัดด้วยแรงกดดันมหาศาลจนฉีกตัวออกกลายเป็นพลาสม่า การขยายตัวอย่างฉับพลันของพลาสม่า ทำให้เกิดช้อคเวฟ ที่เมื่อเดินทางไประยะหนึ่ง จะลดกำลังลงกลายเป็นคลื่นเสียง ขณะที่สายฟ้าเดินทางลงมาใกล้จะถึงพื้นแล้วนั้น หากมีอาคารสิ่งก่อสร้าง หรือต้นไม้สูงๆ โปรตอนภายในสิ่งสูงๆเหล่านั้นบนพื้นดิน ก็จะกระโดดข้ามอากาศเป็นทาง เรียกว่า streamer ขึ้นไปหาลำกระแสอีเลคตรอนที่ฐานเฆฆ ที่กำลังพุ่งตัวลงมาเป็นห้วงๆ ในที่สุดลำประจุบวกจากพื้นดิน ก็จะบรรจบกันกับลำประจุลบที่ลงมาจากก้อนเมฆ พอทั้งสองบรรจบกันแล้ว ประจุบวกจำนวนมหาศาลจากพื้นดินก็จะโดดขึ้นไปยังก้อนเมฆ ให้เรามองเห็น เป็นลำไฟฟ้าที่มาจากพื้นกลับคืนขึ้นไปยังก้อนเมฆ ที่เรียกว่า return stroke ในเวลาน้อยกว่าชั่วพริบตาเสียอีก ซึ่งเป็นแสงที่เราเรียกว่าฟ้าผ่า สายฟ้าจะเดินทางด้วยความเร็วประมาณ หกหมื่นไมล์ ต่อวินาที

(ภาพจาก the French National Aerospace Research Establishment – ONERA)

เมื่อลำไฟฟ้าลำแรกเปิดทางลงมาหาพื้นได้แล้ว ทางผ่านคือลำโมเลกุลอากาศที่แตกตัวเป็นไออ้อน เปิดให้สายฟ้าแทรกตัวชำแรกชั้นอากาศลงมาได้ ก็ยังเปิดตัวอยู่ชั่วขณะหนึ่ง อำนวยโอกาสให้ประจุไฟฟ้าในก้อนเมฆ เดินตามลงมาอีก เกิดเป็นฟ้าผ่าซ้อนๆกัน ๓-๔ ครั้ง ในเวลารวมกันแล้วแค่ ๐.๒ วินาทีเท่านั้น ด้วยความที่มันเกิดขึ้นเร็วมาก เราจึงมองไม่ออก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันภัยจากฟ้าผ่า

     1. อาคารบ้านเรือนหรือสิ่งก่อสร้างสูง ๆ ควรติดตั้งสายล่อฟ้า และสายอากาศไว้ 
     2. เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องรับโทรทัศน์ ตู้เย็น เตาอบไมโครเวฟ ควรต่อสายดิน เพื่อเป็นตัวนำ กระแสไฟฟ้าจากท้องฟ้าลงสู่พื้นดิน
     3. ขณะฝนตกฟ้าคะนอง ควรปฏิบัติดังนี้
     3.1 ควรหลบอยู่ในบ้านหรืออาคาร  และบ้านหรืออาคารที่ไม่ได้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่งจะมีความปลอดภัย
     3.2 ไม่ควรยืนใกล้ประตู หน้าต่างที่เปิดอยู่ และไม่เข้าใกล้วัตถุที่เป็นโลหะ ซึ่งเป็นตัวนำไฟฟ้า เช่น  ลวดหนาม ประตูเหล็ก ท่อประปา เป็นต้น
     3.3 ไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้งนอกบ้านหรืออาคาร
     3.4 ไม่ควรถือเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือสวมเครื่องประดับที่เป็นสื่อไฟฟ้าติดตัวออกไปในที่โล่งแจ้ง
     3.5 ถ้าจำเป็นต้องอยู่นอกบ้านหรืออาคาร ควรหลบอยู่ใต้พุ่มไม้เตี้ยหรือใต้ชายคาบ้านเรือนทั่วไป  ไม่ควรหลบใต้ต้นไม้สูงที่โดดเดี่ยว เช่น ต้นมะพร้าว ต้นตาล

 

 

 

 

 

 

 

 

อ้างอิงและศึกษาเพิ่มเติม

1. Golde, R.H., Lightning, Vol 1, Physics of Lightning,
academic Press, London, 1977

2. Stull, R.B., Meteorology for Scientists and Engineers, Brooks/Cole, CA, 2000

3. Uman, M.A., The Lightning Discharge, International Geophysics Series V. 39, Academic Press Inc., Orlando, 1987

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s